ศาสตราจารย์อรุณ ชัยเสรี
ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาวิศวกรรมการก่อสร้างและการจัดการ (ประเภททั่วไป)
เนื่องด้วยตลอดชีวิตของการทำงานของศาสตราจารย์อรุณ ชัยเสรี ได้ตั้งมั่นทำงานบนหลักความคิดของการรักษามาตรฐาน มีความรับผิดชอบสูงต่อสังคม ทั้งในฐานะ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2 สมัย คือ พ.ศ.2537 – 2538 และพ.ศ. 2539 – 2540 รวมถึง ตำแหน่ง นายกสภาวิศวกร คนแรกของประเทศไทย พ.ศ. 2543 – 2546 ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งที่ได้รับการ ยกย่องสูงมากในแวดวงวิศวกร ท่านได้อุทิศตนทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการวิศวกรเพื่อยกระดับวิศวกรไทยให้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป คุณูปการที่ผ่านมานั้นทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2539 – 2543 นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่คนแรก วาระ 2 สมัย คือ สมัยที่ 1 (พ.ศ.2542-2544) สมัยที่ 2 (พ.ศ.2544–2546)
ศาสตราจารย์อรุณ ชัยเสรี เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2477 ปัจจุบันอายุ 81 ปี สมรส
กับ ศาสตราจารย์นงเยาว์ ชัยเสรี จบปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2499 และปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา (M.S. ,University of Illinois, U.S.A) พ.ศ. 2503 เริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. 2499– 2521 ทำหน้าที่อาจารย์มหาวิทยาลัยนานกว่า 20 ปี ตำแหน่งสุดท้ายของท่านคือ ศาสตราจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีแนวคิดในการสอนให้นิสิตทุกคนมีจิตสำนึกของวิศวกร(Engineering Sense) มีความรู้จริงและเปี่ยมด้วยประสบการณ์ตรง เพราะเชื่อมั่นว่า "อาจารย์ที่ดีควรจะต้องทำงานหาประสบการณ์ด้วย ไม่ใช่สอนจากตำราอย่างเดียว เพื่อให้นิสิตเกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ตนได้เรียนรู้นั้นสามารถใช้งานได้จริงๆ" จากความทุ่มเทและมุ่งมั่นในการทำงาน ส่งผลให้ท่านได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2426 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนอัสสัมชัญ พ.ศ.2536 แต่ต่อมาปรากฏว่าท่านมีปัญหาสุขภาพ เพราะเสียงเริ่มแหบแห้งและหายไปในที่สุด หลังจากผ่าตัดแล้วเสียงก็ยังไม่ดีดังเดิม ท่านจำต้องลาออกจากอาชีพอาจารย์ซึ่งรักและภาคภูมิใจยิ่งนักเพื่อมาทำงานที่ใช้เสียงน้อยลง โดยก่อตั้ง "บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด" เป็น ประธานกรรมการบริหาร เพื่อออกแบบอาคาร ควบคุมงาน และงานให้คำปรึกษาทางวิศวกรรม ตั้งแต่พ.ศ.2522 จนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญท่านยังคงดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน/ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ในคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาวิศวกร/ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ /กรรมการที่ปรึกษา สมาคมคอนกรีตไทย /ประธานคณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์วิศวกรรมโยธา ราชบัณฑิตยสถาน
จุดเด่นของ"บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด"คือ การรักษามาตรฐานการทำงานจนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า นั่นเป็นเพราะการคำนึงถึงความรับผิดชอบสูงสุดและจรรยาบรรณที่วิศวกรต้องยึดถือจนเป็นที่ยอมรับของสังคม มีผลงานการออกแบบโครงสร้างและงานระบบของอาคาร งานวิศวกรรมโยธา ควบคุมงานก่อสร้าง และงานสำรวจและเสนอแนะวิธีซ่อมแซมอาคารที่ชำรุดเสียหายมาแล้วมากกว่า 1000 โครงการ จนทำให้ได้รับรางวัลที่สามารถยืนยันผลงานอันโดดเด่น ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จนเป็นที่ประจักษ์ ได้แก่
รางวัล The American Concrete Institute (ASEAN Outstanding Engineering Achievement Award, November 1997) ในฐานะผู้แทนแถบอาเซียน ที่ได้ให้การสนับสนุนการใช้และพัฒนาเทคโนโลยีคอนกรีตในประเทศ โดยผลงานที่ได้รับ การยอมรับและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คือ การออกแบบอาคารใบหยก 1 (สูง 43 ชั้น) และอาคารใบหยก 2 (สูง 89 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น) / สนามราชมังคลากีฬาสถาน /ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คลองเตย /หอประชุมรัฐสภา /อัมรินทร์พลาซ่า สี่แยกราชประสงค์ / อโศกทาวเวอร์ / โรงพิมพ์ธนบัตร แห่งที่ 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย และ อาคาร สยามินทร์ (100 ปี ศิริราช) ศิริราชพยาบาล (สูง 15 ชั้น)
รางวัล Distinguished Honorary Fellow in CAFEO 25 ในการประชุม 25 th Conference of
ASEAN Federation of Engineering Organizations เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 ณ ประเทศฟิลิปปินส์
รางวัล The 2008 Civil and Environmental Engineering Alumni Associations
Distinguished Alumnus Award, University of Illinois at Urbana-Champaign เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ผลงานโดดเด่นที่เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักและกล่าวขานถึงก็คือ ตึกช้าง ถนนรัชดาภิเษกกรุงเทพมหานคร เป็นความร่วมมือระหว่างวิศวกรคือศ.อรุณ ชัยเสรี และสถาปนิกคือ นายองอาจ สาตรพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ด้านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เป็นอาคารที่มีชื่อเสียงในเอกลักษณ์ของช้าง สูง 32 ชั้น สูง 102 เมตร (335 ฟุต) ตึกช้างได้รับรางวัลอันดับ 4 สำหรับตึกระฟ้าที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก 20 อันดับ โดย CNNgo เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ตึกช้างมีแนวคิดการออกแบบมาจากพื้นฐานที่ว่า อาคารนี้เป็นอาคารประเภทอาคารสำนักงานและพักอาศัยรวม เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ รูปลักษณ์ของอาคารถูกบังคับตามพื้นที่ดินที่มีลักษณะยาวเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ด้วยกฎหมายและความต้องการของเจ้าของโครงการ คือ ศ.อรุณ ชัยเสรี โดยเริ่มแรกอาคารถูกแบ่งออกเป็น 3 ทาวเวอร์ เนื่องจากต้องการพื้นที่ขายมากจึงจำเป็นต้องเชื่อม 3 ทาวเวอร์เข้าด้วยกัน แต่ด้วยข้อกำหนดเรื่องพื้นที่เปิดโล่ง จึงทำให้เชื่อมอาคารได้เพียงส่วนบนและเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ 2 ช่อง จึงออกแบบตกแต่งส่วนของอาคารเพิ่ม เพื่อให้เหมือนช้างจริงๆ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2540 นอกจากนี้ผลงานการออกแบบโครงสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งยังคงเห็นอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พ.ศ.2549) โดยความคิดหลักในการออกแบบคือ ใช้ลักษณะพื้นที่ของเรือนภาคเหนือเป็นพื้นที่ของอาคารเพื่อให้เกิดความเป็นกันเอง รู้สึกคุ้นเคย ได้พักผ่อนจากสังคมที่วุ่นวาย ทำให้นึกถึง และหวนถวิลอยากกลับมาใช้อาคารอีก ในขณะที่ลักษณะของโครงสร้างและวัสดุที่ใช้ในอาคารได้แสดงถึงความเป็นงานวิศวกรรมและมีเทคโนโลยี นอกจากนั้นยังมีอาคารหอสมุดกลาง/สโมสรนักศึกษา / คณะแพทย์ศาสตร์/คณะพยาบาลศาสตร์/คณะสังคมศาสตร์/คณะมนุษยศาสตร์/คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฯลฯ
ศ.อรุณ ชัยเสรี ได้เขียนหนังสือ/ตำรากว่า 10 เล่มตีพิมพ์โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อาทิ มาตรฐานสำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (มกราคม 1998): มาตรฐานสำหรับอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยวิธีหน่วยแรงใช้งานเล่มนี้ ได้ปรับปรุงข้อความตลอดจนเนื้อหาต่าง ๆ ให้กระชับและถูกต้องสมบูรณ์ขึ้น โดยยึดถือมาตรฐาน ACI 318-63 เป็นหลัก เนื้อหาสาระที่ได้ปรับปรุงให้ทันสมัยได้แก่ ข้อกำหนดในภาค 3 เกณฑ์กำหนดในการก่อสร้างที่ยึดตาม ACI 318-89 ซึ่งมาตรฐานฉบับล่าสุด รวมทั้งได้ปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับความหนาต่ำสุดขององค์อาคารให้ต่ำลงในกรณีที่ไม่ได้คำนวณระยะโก่ง (ในภาค 4 การจัดส่วนองค์อาคาร) ทั้งนี้ด้วยเหตุที่พิจารณาว่าคุณภาพของการก่อสร้างในบ้านเราได้พัฒนาขึ้นไปมากนับตั้งแต่ได้มีมาตรฐานฉบับแรกขึ้น คู่มือการตรวจสอบคอนกรีต 15085(มกราคม 1998): มีเนื้อหาความรู้ที่ประกอบไปด้วย การตรวจสอบ ผู้ตรวจงาน หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับคอนกรีต การหาปฏิภาคส่วนผสม การควบคุมปฏิภาคส่วนผสม การตรวจสอบและการทดสอบวัสดุ การตรวจสอบก่อนการเทคอนกรีต ฯลฯ มาตรฐานสำหรับอาคารเหล็กรีดเย็น 15083 (มกราคม 1998): การปฏิบัติงานทางวิชาชีพวิศวกรรมให้ถูกต้อง มีความปลอดภัยต่อสาธารณชน จะต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ผ่านการทดสอบค้นคว้า วิจัยรับรองจากสถาบันที่ศึกษาวิเคราะห์วิจัยมาแล้วเป็นอย่างดี เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงในการทำงาน "มาตรฐานสำหรับอาคารเหล็กรีดเย็น" ซึ่งอิงมาตรฐานในการออกแบบของสถาบัน AISI (American Iron and Steel Institute) เป็นมาตรฐานอีกเล่มหนึ่งซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เกณฑ์การออกแบบอาคารเหล็กรีดเย็น มาตรฐานสำหรับอาคารวัสดุก่อสร้าง(มกราคม 1998) : อาคารซึ่งใช้วัสดุก่อเป็นโครงสร้างนับว่าเป็นอาคารที่ประหยัดประเภทหนึ่ง เพราะใช้วัสดุราคาถูกและเป็นของที่ผลิตขึ้นในประเทศทั้งสิ้นประกอบกับก่อสร้างได้รวดเร็ว ไม่สิ้นเปลืองไม้แบบและมีความคงทนต่อดินฟ้าอากาศเป็นอย่างดี จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการความแข็งแรงและประหยัด เนื่องจากเรายังไม่มีมาตรฐานเกี่ยวกับการคำนวณออกแบบและการควบคุมงานก่อสร้างอาคารประเภทนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้จัดร่าง "มาตรฐานสำหรับอาคารวัสดุก่อ" ขึ้นโดยอาศัยมาตรฐานของ National Concrete Masonry Association แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และได้ดัดแปลงขนาดต่างๆ ให้เข้ากับมาตรฐานวัสดุก่อของสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมสำหรับเกณฑ์กำหนดอื่น ๆ ก็ได้ดัดแปลงเพื่อให้เกิดความประหยัดและความเหมาะสมกับที่จะใช้สำหรับงานก่อสร้างในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีหนังสือ เช่น เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการควบคุมงานก่อสร้างอาคารคอนกรีต (มกราคม 1998) /การวิบัติของอาคาร สาเหตุและการแก้ไข อันตรายจากการก่อสร้างและวิธี ป้องกัน(มิถุนายน 2000)/เกร็ดความรู้เกี่ยวกับควบคุมงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (มีนาคม 2010)
ผลงานทางวิชาการอันทรงคุณค่าที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งวงการวิศวกรรม และประเทศชาติ ทำให้ ศ.อรุณ ชัยเสรี ได้รับการยกย่องเชิดชู ดังนี้
· ศาสตราจารย์กิตติคุณ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2523
· ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2534
· ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2538
· ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2551
จากผลงานและคุณูปการดังกล่าว สภามหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศาสตราจารย์ ดร.อรุณ ชัยเสรี ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมการก่อสร้างและการจัดการ (ประเภททั่วไป) เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป
****************************************************************************************************************
|
|
ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (ประเภททั่วไป)
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) คือบุคคลหนึ่งในทีมบริหารที่มีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักได้ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า ที่ทุกครัวเรือนต้องมีไว้ติดบ้าน นอกจากนี้ยามเกิดภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ ทุกคนก็คงนึกถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่าอยู่ในลำดับต้นๆ นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 40 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในประเทศ มีการพัฒนาด้านนวัตกรรม
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ เกิดวันที่ 4 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2482 อายุ 76 ปี สมรสกับ นางรัตนา พะเนียงเวทย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา Education Science Guangzhou Physical Culture institute สาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2507 ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2531 และจบการศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 2 (วปอ.) สถาบันวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2533 นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตร Stanford Executive Program at Stanford University California ,USA. พ.ศ. 2532 หลักสูตร Top Management Seminar on Japanese Business(TOPS-V) of The Association for Overseas Technical, Japan พ.ศ. 2532 และเข้ารับการอบรมจาก Havard University USA. พ.ศ. 2534
ผลงานของคุณพิพัฒ ในฐานะผู้บริหารของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ด้วยทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตร่วมกับบริษัทสหพัฒนพิบูลจำกัด ซึ่งรับผิดชอบในด้านการตลาดและการจำหน่ายสินค้า มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า "มาม่า" โดยมีสำนักงานใหญ่แห่งแรกที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และเปิดทำการโรงงานแห่งแรกที่เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากการดำเนินธุรกิจปีแรกผ่านไป หุ้นทั้งหมดได้ถูกโอนไปยังผู้ถือหุ้นคนไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาจวบจนปัจจุบัน ปัจจุบันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"มาม่า" มีความหลากหลาย เช่น
· มาม่า (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซอง 14 รส (รสหมูสับต้มยำน้ำข้น รสแกงเขียวหวานไก่ รสต้มยำกุ้ง รสหมูสับ รสต้มยำกุ้งน้ำข้น รสหมูต้มยำ รสหมูน้ำตก รสเป็ดพะโล้ รสเย็นตาโฟ รสผัดขี้เมาแห้ง รสต้มแซบ รสเย็นตาโฟต้มยำหม้อไฟ เจรสเห็ดหอม เจรสต้มยำ และแบบคัพ มีรสชาติที่เพิ่มขึ้นได้แก่ เจรสเต้าหู้เห็ดหอม รสซีฟูดส์ผัดขึ้เมา รสสไปซีซีส รสต้มยำกุ้งเอ็กซ์ตรีม รสออเรียนทัลคิตเช่นรสฮอตแอนด์สไปซี่ รสออเรียนทัลคิตเช่นรสสไปซี่ซีฟูดส์ )
· มาม่าราเมน แบ่งเป็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออเรียนทัลคิตเชน รสฮอตแอนด์สไปซี รสโคเรียนสไปซ์ รสหมี่
โกเร็ง รสออริจินัล รสเป็ด รสทงคตสึ
· รุสกี (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำ รสเนื้อ รสต้มยำกุ้งน้ำข้น)
· เมนดาเกะ (บะหมี่อบแห้ง บะหมี่หยกอบแห้ง)
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ประเภทขนม ได้แก่ บิสชิน (ผลิตภัณฑ์เวเฟอร์ซูพรีเม่/บัตเตอร์โคโคนัต/แครก
เกอร์/แครกเกอร์สอดไส้ครีม/ทินบิสกิต/บิสกิตรวมรส/คุ้กกี้/เวเฟอร์กล่อง/เวเฟอร์ซอง) โฮมมี (แครกเกอร์ 10 รส/สอดไส้ครีม /คุ้กกี้ 5 รส)
หลักในการทำงานบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) คือมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เติบโตโดยบุกตลาดต่างประเทศใน ASEAN ซึ่งใช้หลักการเจาะตลาด (Nich Market) อย่างจริงจัง และการทำธุรกิจที่จะให้ประสบความสำเร็จจะต้องประกอบด้วย 2 วิธีคือ การตอบสนองความต้องการ(Serv Need) และ การสร้างให้เกิดความต้องการ (Create Need) การบุกตลาดโลก ถือเป็นภารกิจก้าวที่ 3 ของบริษัท หลังจากก้าวแรก ผลักดันการเป็นผู้นำตลาดบะหมี่สำเร็จรูปภายในประเทศ ก้าวต่อมา คือ การขยายธุรกิจเข้าอาเซียน ทั้งในประเทศกัมพูชา , เมียนมาร์ , บังกลาเทศ และในอีก 3 ปี ก็จะขยายธุรกิจให้สินค้าเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ปลายปี 2558 จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการขยายธุรกิจไทยในต่างประเทศ จึงต้องเร่งปรับตัวและกำหนดแนวทางรับมือ และรุกตลาดโดยใช้ประโยชน์จาก Asean Economics Community (AEC) จากความมุ่งมั่นพัฒนาทำให้บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล "อย. ควอลิตี้ อวอร์ด" ประจำปี 2558 จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่สถานประกอบการที่มีคุณธรรมและจริยธรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้ตามมาตรฐานและปลอดภัย และได้รับใบประกาศนียบัตร "EGS100 2015" (Environmental, Social and Gevernance) ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ใน 100 บริษัท จากการประเมินข้อมูลด้านความยั่งยืนทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 567 บริษัท รวมทั้งได้รับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย ประจำปี 2558 จากนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2558
ปัจจุบันท่านยังดำรงตำแหน่ง อื่นๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบัน ดังนี้
· ประธานกรรมการบริษัท เพรซิเดนท์เบเกอร์รี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังและ
ผลิตภัณฑ์ เบเกอรี่ที่มีคุณภาพมาตรฐานทัดเทียมสากลภายใต้ตรา "ฟาร์มเฮ้าส์"
· กรรมการบริษัท เพรซิเดนท์ โฮลติ้ง จำกัด
· ประธานกรรมการบริษัท ไดอิชิ แพคเกจจิ้ง จำกัด
· ประธานกรรมการ บริษัท ซันโก้ แมชชินเนอร์รี่ (ประเทศไทย) จำกัด
· รองประธานกรรมการ บริษัท เพรซิเด้นท์ อินเตอร์ฟูด จำกัด
· กรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
ส่วนกิจกรรมทางด้านสังคม ท่านเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย / เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฝ่ายการตลาดและสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย /ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และเหรัญญิกสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (FINA)
จากการมุ่งมั่นทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและอุทิศตนให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง สภามหาวิทยาลัยนอร์ท - เชียงใหม่จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (ประเภททั่วไป)

|
|
นายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
พิธีประสาทปริญญาบัตร ครั้งที่ 13 ปีการศึกษา 2557
นายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช เป็นที่รู้จักกันดีในนาม “กำนันแดง” เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2501 อายุ 57 ปี เป็นบุตรคนที่ 7 ของนายปั๋น ผักกาด อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองแก๋ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และนางจำ ผักกาด ซึ่งมีพี่น้องร่วมกันทั้งสิ้น 9 คน สมรสกับ นางกาญจน์ภัทร์ โรจน์ธนวิภัช มีบุตรชาย 1 คน คือนายธีรวัจน์ โรจน์ธนวิภัช อายุ 35 ปี อาชีพค้าขาย นายกมลศิษฐ์ เดิมชื่อ นายแดง ผักกาด ต่อมาเปลี่ยนชื่อครั้งแรก เป็นนายณัฐปคัลภ์ ผักกาด (พ.ศ. 2553–2555) เปลี่ยนชื่อครั้งที่สอง เป็นนายอธิวัฒน์ กาดกิจธนาพงษ์ (พ.ศ. 2555 – 2556) ปัจจุบันใช้ชื่อนายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช กำนันแดงจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 / ผู้ใหญ่บ้านตำบลหางดง อำเภอหางดง (ปีพ.ศ. 2548 - 2550)
นายกมลศิษฐ์ (กำนันแดง) นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ และประชาชน นับว่าเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวม จนเป็นที่ยอมรับของสังคม มีภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตย เป็นคนมีน้ำใจ สนับสนุนกิจกรรมทั้งด้านการเมืองการปกครอง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี การศึกษาของชุมชนอย่างต่อเนื่องจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ดังจะเห็นได้จากการได้รับตำแหน่งทางสังคมในปัจจุบัน ได้แก่
หางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง 1 มีนาคม 2552 – ปัจจุบัน
มิถุนายน 2552 - ปัจจุบัน
ปัจจุบัน
เมษายน 2553 – ปัจจุบัน
มกราคม 2554- ปัจจุบัน
ปัจจุบัน
ปัจจุบัน
ผลงาน/เกียรติประวัติ
ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 ณ สโมสรทหารบก กรุงเทพมหานคร
· ปี พ.ศ.2558 รางวัลกำนันยอดเยี่ยม ได้รับรางวัลเป็นอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด 1 กระบอก จาก
พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ณ สโมสรตำรวจ กรุงเทพมหานคร
· ปี พ.ศ.2555 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญทองช้างเผือก (ร.ท.ช.)
· ปี พ.ศ.2557 เครื่องหมาย “รักษาดินแดนยิ่งชีพ”
· ปี พ.ศ.2557 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ร.ท.ม.)
จากผลงานการอุทิศตนเพื่อสังคมดังกล่าว สภามหาวิทยาลัยนอร์ท - เชียงใหม่จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นาย กมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช ได้รับศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (ประเภททั่วไป)เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป
- See more at: http://www.northcm.ac.th/article/news/public/1087/#sthash.ETydNu7e.dpuf
|
|