หน้าแรก >> กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับฟังสรุปรายงานการวิจัย “แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์“หมู่บ้านถวาย (หมู่บ้านท่องเที่ยว(OTOP) ต้นแบบของประเทศไทย)” อย่างยั่งยืน”

กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับฟังสรุปรายงานการวิจัย“แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์“หมู่บ้านถวาย(หมู่บ้านท่องเที่ยว(OTOP) ต้นแบบของประเทศ ไทย)” อย่างยั่งยืน” วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 14.00 -15.30 น. ณ ห้องประชุมวิมาน ชั้น 2 โรงแรมดิเอ็มเพรส อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
คณะวิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ กำหนดจัดการประชุมเพื่อนำเสนอสรุปรายงานการวิจัย “แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์“หมู่บ้านถวาย (หมู่บ้านท่องเที่ยว(OTOP) ต้นแบบของประเทศไทย)” อย่างยั่งยืน” ในวันอังคาร ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 14.00.-15.30 น. ณ ห้องประชุมวิมาน ชั้น 2 โรงแรมดิเอ็มเพรส อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในงานครั้งนี้ โดยเรียนเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรท้องถิ่น และผู้ประกอบการ “หมู่บ้านถวาย” ตำบลขุนคง อำเภอ หางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังสรุปรายงานการวิจัยดังกล่าว
ทั้งนี้สืบเนื่องจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization: WTO) ได้พยากรณ์ว่า ในปีพ.ศ.2563 จะมีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจำนวน 1,600 ล้านคน ภูมิภาคที่มีแนวโน้มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม คือ ภูมิภาคเชีย ตะวันออก และแปซิฟิก และกลุ่มในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดมุ่งหมายแห่งใหม่ที่มีผู้นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีนักท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและจากข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติระบุว่าในปี พ.ศ.2555 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยถึง 22.35 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16 และสร้างรายได้ให้กับประเทศมากถึง 984,000 ล้านบาท ถึงร้อยละ 27 ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าในปี พ.ศ. 2556 (เดือนสิงหาคม) ตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุด 10 อันดับแรกประกอบไปด้วยจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น ลาว เกาหลี อินเดีย เวียดนาม ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และรัสเซีย ตามลำดับ (กรมการท่องเที่ยว,2556) โดยแนวโน้มดังกล่าวนับว่าเป็นโอกาสของการท่องเที่ยวไทยที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ก้าวกระโดดอันจะส่งผลให้รายได้เข้าประเทศและการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้นโยบายด้านการท่องเที่ยวที่ประกาศให้ปี พ.ศ. 2554 - 2555 เป็นปี “มหัศจรรย์ไทยแลนด์” (Miracle Thailand Year) รวมถึงการจัดให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพและสปา ที่มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มสูง คาดว่าจะทำให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ในเวลา 5 ปี (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, 2555)
จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเลือกให้เป็นต้นแบบ 1 ใน 10 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในด้านของเมืองหัตถกรรมสร้างสรรค์และเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนความภาคภูมิใจของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 2 ของเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2553 จัดขึ้นโดยนิตยสารTravel & Leisure นิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากทั่วโลก และการติดอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก จากหนังสือ Lonely Planet หนังสือคู่มือเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยในปี พ.ศ. 2554 มีผู้มาเยี่ยมเยือน 19,098,323 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 35,000 – 40,000 ล้านบาท (แผนพัฒนาจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่, 2555) จากการที่ชุมชนหมู่บ้านถวายได้ร่วมมือกันในการพัฒนากลุ่มอาชีพแกะสลักไม้และงานแอนติก จนเป็น “กลุ่มหัตถกรรมบ้านถวายเพื่อการส่งออก” เมื่อปีพ.ศ. 2543 โดยมีบทบาท หน้าที่ด้านเศรษฐกิจ ด้านการตลาด ด้านการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ การสร้างตราผลิตภัณฑ์ การสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของหมู่บ้าน การพัฒนาอาชีพ และนำเสนอโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาหมู่บ้านอย่างมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องจึงเป็นที่ยอมรับกันว่าชุมชนหมู่บ้านถวายเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่งชุมชนหนึ่ง จนกระทั่งในปี 2547 รัฐบาลได้มีนโยบาย “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)” เพื่อส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น หมู่บ้านถวายได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จนได้รับการคัดสรรสินค้าอยู่ในระดับ 5 ดาว และได้รับการคัดเลือกให้เป็น “หมู่บ้านหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย” จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และยังได้รับเลือกเป็น “หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP” จากสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และปี 2550 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล “ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวไทยที่เกิดจากวิกฤตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป (Hamburger Crisis) ที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลกให้ตกต่ำลงอีกครั้ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา และปัญหาการเมืองภายในประเทศจนนำปสู่การเกิดรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และ พ.ศ.2557 ประกอบกับสถานการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบทางลบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศดังที่พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มและการจัดการประชุมสัมมนาต่างๆ ได้มีการยกเลิกหรือเลื่อนออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งของการยกเลิกของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ คือ การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่ คือ ประเทศจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อิตาลี และสเปน เป็นกลุ่มประเทศที่มีความอ่อนไหว (Sensitive) ต่อสถานการณ์ต่างๆ มาก นอกเหนือจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังโดยคำนึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้นประกอบกับการที่คู่แข่งหันมาใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงความสนใจของตลาดนักท่องเที่ยวที่หดตัวลง ทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเลือกจุดหมายปลายทางมากขึ้น ใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจน้อยลงในการจอง/ซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวก่อนการเดินทาง ความนิยมเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยอาจเลือกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหรือภายในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาในการพำนักอยู่ของนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยและในจังหวัดเชียงใหม่ที่ลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ถึงแม้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทั้งภาครัฐ องค์กรท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ได้มีความพยายามในการจัดกิจกรรมการตลาดการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นและส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวอย่างเป็นระยะ เช่น กิจกรรมการจัดหมู่บ้านถวายให้เป็นย่านการค้าพาณิชย์ การจัดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมไม้แกะสลักบ้านถวายที่จัดเป็นประจำทุกปี แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้แหล่งท่องเที่ยวบ้านถวายพลิกฟื้นหรือเกิดการกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวได้ดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา
ดังนั้น รายงานการวิจัย “แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์“หมู่บ้านถวาย (หมู่บ้านท่องเที่ยว(OTOP) ต้นแบบของประเทศไทย)”อย่างยั่งยืน”ที่ทางคณะผู้วิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พิธากรณ์ ธนิตเบญจสิทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีและคณบดีคณะบริหารธุรกิจ /ผู้ช่วยศาสตราจารย์บงกช สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยอธิการบดี/อาจารย์มณีวรรณ ชลัย รองอธิการบดี /ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาดา เมฆพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย
จะนำเสนอรายงานผลการวิจัยเพื่อให้หน่วยงาน (กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ได้รับทราบถึงข้อมูล ปัญหา ความต้องการ ที่ได้จากการศึกษาในวัตถุประสงค์แต่ละด้านที่จะนำไปสู่แนวทางในการกำหนดเป็นนโยบาย งบประมาณ แผนงาน โครงการ ทางเลือกในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งระบบให้มีความพร้อมในองค์ประกอบด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสำรวจบริบท ศักยภาพ ปัญหา และความพร้อมของหมู่บ้านถวายเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามองค์ประกอบของทรัพยากรท่องเที่ยว ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค ที่พัก ความปลอดภัย ชุมชน หน่วยงานองค์กรที่กำกับดูแลหรือรับผิดชอบ
ด้านการตลาดการท่องเที่ยว เพื่อวิเคราะห์และศึกษาปัญหาทางการตลาดการท่องเที่ยวของหมู่บ้านบ้านถวาย ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมการแสดงของแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการสำหรับการท่องเที่ยว การแบ่งส่วนการตลาด กลุ่มเป้าหมาย การวางตำแหน่งทางการตลาดของชุมชนบ้านถวาย
ด้านนักท่องเที่ยว เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ พฤติกรรม/ประเภท และ ความต้องการในสินค้าและบริการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายทั้งในปัจจุบันและแนวโน้ม และเพื่อวิเคราะห์มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบันและแนวโน้ม ในด้านเศรษฐกิจ สังคม สินค้า บริการ รายได้ ค่าใช้จ่ายและจำนวนนักท่องเที่ยวของหมู่บ้านถวาย อันเป็นผลมาจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท่องเที่ยว
ด้านโลจิสติกส์ทางการท่องเที่ยว เพื่อหาแนวทางการดำเนินกิจกรรมการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างแหล่งการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดการ การพัฒนาและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านถวาย
ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนและองค์กรผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อการจัดทำยุทธศาสตร์การสร้างรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวและแนวทางการจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและองค์กรความร่วมมือ ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการ คนในชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
|
|